X
Open

ทิปส์การเงิน

ค่าครองชีพ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของคนทำงาน?

ค่าครองชีพ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ค่าครองชีพ” กลายเป็นประเด็นที่คนทำงานพูดถึงกันมากขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ที่ได้รับไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในแต่ละเดือน สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าค่าครองชีพคืออะไร และทำไมถึงส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของเรา การเข้าใจว่าค่าครองชีพมีอะไรบ้าง และความสัมพันธ์ระหว่างค่าครองชีพกับเงินเดือนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเงินและปรับตัวให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น 

สารบัญบทความ

ค่าครองชีพ คืออะไร ความหมายอย่างไร

ค่าครองชีพ คือ

ค่าครองชีพ (Cost of Living) คือ ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดที่บุคคลต้องใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน เพื่อรักษาระดับการดำรงชีพพื้นฐานให้เป็นปกติ โดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในครัวเรือน การคำนวณค่าครองชีพจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงกำลังซื้อของเงินในพื้นที่หรือช่วงเวลาหนึ่ง

การที่ค่าครองชีพสูงหมายถึงการที่ผู้คนต้องใช้จำนวนเงินที่มากขึ้น เพื่อซื้อสินค้าและบริการ เมื่อเปรียบเทียบกับอดีต หรือเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่มีค่าครองชีพต่ำกว่า สถานการณ์แบบนี้จะสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อพนักงานประจำและพนักงานเงินเดือน เพราะหากอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนไม่สามารถไล่ตามค่าครองชีพได้ทัน อาจนำไปสู่ภาวะเงินหมดหรือประสบปัญหาหมุนเงินไม่ทันในแต่ละเดือนได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินส่วนบุคคลในระยะยาว

ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าครองชีพสูง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าครองชีพจะเปลี่ยนแปลงตามภาวะเศรษฐกิจ ราคาสินค้า และรายได้ของประชาชน เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวหรือราคาสินค้าสูงขึ้น ก็อาจทำให้เกิดปัญหาค่าครองชีพสูงที่กระทบต่อชีวิตประจำวันของคุณโดยตรง โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพ ได้แก่

  • ภาวะเงินเฟ้อ (Inflation)

 เป็นกลไกหลักที่ทำให้ราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าที่แท้จริงของเงินลดลง การดำรงชีวิตจึงต้องใช้เงินจำนวนมากขึ้นเพื่อรักษาระดับชีวิตแบบเดิม นี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ค่าครองชีพโดยรวมสูงขึ้น

  • ราคาน้ำมันและพลังงาน

ราคาพลังงานเป็นต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่ส่งผลกระทบแบบลูกโซ่ (Domino Effect) เมื่อต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น ธุรกิจต่าง ๆ ก็จำเป็นต้องผลักภาระนี้ไปยังผู้บริโภค ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น และทำให้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นตามมา

  • อุปสงค์และอุปทานของสินค้า

 เมื่อมีอุปสงค์ (ความต้องการซื้อ) สูงกว่าอุปทาน (ปริมาณสินค้าที่มี) ราคาของสินค้านั้น ๆ ก็จะสูงขึ้นทันที ตัวอย่างเช่น การขาดแคลนวัตถุดิบหรือสินค้าเกษตรจากภัยพิบัติ ทำให้ต้องใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าจำเป็น ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพโดยตรง

  • นโยบายภาครัฐและการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

 การกำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับพนักงาน แต่ในทางกลับกันก็อาจเป็นแรงกดดันให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาสินค้าและบริการให้สูงขึ้นตามต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อระดับค่าครองชีพโดยรวม

  • อัตราดอกเบี้ยและหนี้ครัวเรือน

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผ่อนชำระหนี้สินก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้หลายคนรู้สึกว่าเงินไม่พอใช้ในชีวิตประจำวัน หรือบางช่วงอาจต้องพึ่งเงินฉุกเฉิน เพื่อให้ผ่านพ้นแต่ละเดือนได้

เมื่อค่าครองชีพปรับตัวเพิ่มขึ้น การจัดสรรรายได้และเตรียมเงินฉุกเฉินไว้ใช้ในยามจำเป็น จะช่วยให้คุณรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สถานการณ์ค่าครองชีพในประเทศไทยเป็นอย่างไร?

ค่าครองชีพของไทยในแต่ละจังหวัดนั้นแตกต่างกันออกไปตามสภาพเศรษฐกิจและลักษณะพื้นที่ เมืองท่องเที่ยวหรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมมักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ในขณะที่จังหวัดชนบทหรือเมืองรองบางแห่งกลับสามารถใช้ชีวิตได้อย่างประหยัดและมีคุณภาพไม่น้อย

10 อันดับจังหวัดที่ค่าครองชีพต่ำสุดในประเทศไทย

จังหวัดที่มีค่าครองชีพต่ำสุดส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยและบริการพื้นฐานไม่สูงมาก ทำให้ครัวเรือนสามารถจัดการเงินได้ง่ายขึ้น

  1. เชียงราย12,207 บาท
  2. แม่ฮ่องสอน12,816 บาท
  3. พะเยา13,028 บาท
  4. ศรีสะเกษ14,492 บาท
  5. ยะลา15,603 บาท
  6. กาฬสินธุ์15,802 บาท
  7. สุโขทัย16,139 บาท
  8. ตาก16,319 บาท
  9. ลำปาง16,645 บาท
  10. อุทัยธานี16,721 บาท

10 อันดับจังหวัดที่ค่าครองชีพสูงสุดในประเทศไทย

จังหวัดที่ติดอันดับค่าครองชีพสูงสุด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ หรือจังหวัดที่มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากค่าเช่าหรือค่าผ่อนที่อยู่อาศัยที่แพงกว่าปกติ ซึ่งทำให้ค่าครองชีพ โดยรวมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  1. ภูเก็ต33,150.86 บาท
  2. กระบี่29,073.90 บาท
  3. ชลบุรี27,129.51 บาท
  4. ระยอง24,951.65 บาท
  5. สุราษฎร์ธานี24,991.02 บาท
  6. สระบุรี25,607.66 บาท
  7. ราชบุรี25,476.12 บาท
  8. อยุธยา24,684.11 บาท
  9. ชุมพร23,540.14 บาท
  10. จันทบุรี25,374.26 บาท

*ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2567 (ไม่รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล)

วิธีรับมือกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบันและอนาคต

มาดูกันว่า 5 วิธีรับมือกับค่าครองชีพที่สูง ถึงแม้จะหยุดการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพไม่ได้ แต่คุณสามารถวางแผนและปรับพฤติกรรมทางการเงินเพื่อรับมือกับปัญหาค่าครองชีพสูงได้ 

1.สร้างงบประมาณและลดรายจ่ายไม่จำเป็น

เริ่มจากการบันทึกและตรวจสอบการใช้จ่ายในแต่ละเดือนอย่างละเอียด เพื่อระบุว่าเงินของคุณหมดไปกับส่วนใดมากที่สุด การตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นหรือสามารถควบคุมได้ เช่น ค่าสมัครสมาชิกรายเดือนที่ไม่ค่อยได้ใช้ หรือค่าอาหารนอกบ้านที่ราคาสูง ช่วยให้คุณสามารถลดผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นได้ทันที และเหลือเงินออมมากขึ้น

2.เพิ่มทักษะเพื่อเพิ่มรายได้ในงานประจำ

แทนที่จะพึ่งพาการหารายได้เสริมเพียงอย่างเดียว การพัฒนาความสามารถและทักษะที่เกี่ยวข้องกับสายงานหลักของคุณจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของเงินเดือนและตำแหน่งในระยะยาว การมีรายได้หลักที่สูงขึ้นจะช่วยให้รายได้รวมของคุณสามารถไล่ตามค่าครองชีพที่เพิ่มมากขึ้นได้

3.บริหารจัดการหนี้สินอย่างมีวินัย

การมีวินัยในการชำระหนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพื่อไม่ให้เกิดภาระดอกเบี้ยสะสมจนกระทบต่อค่าครองชีพของคุณ หากคุณมีภาระหนี้ที่ต้องผ่อนชำระหลายรายการ ควรพิจารณาแนวทางการรวมหนี้เพื่อลดดอกเบี้ยรวมและทำให้การบริหารจัดการหนี้ทำได้ง่ายขึ้น

4.สร้างแหล่งเงินสำรองยามฉุกเฉิน

การมีเงินสำรองเทียบเท่าค่าใช้จ่าย 3-6 เดือน เป็นเกราะป้องกันทางการเงินที่เหมาะสม เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือความผันผวนของค่าครองชีพ การมีเงินสำรองจะช่วยให้คุณไม่ต้องไปพึ่งพาการกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยสูงเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องอย่างเร่งด่วน

5.รู้จักใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างรับผิดชอบเมื่อจำเป็น

ในบางสถานการณ์ที่ค่าใช้จ่ายจำเป็นเร่งด่วนสูงเกินกว่าเงินออมที่มีอยู่ เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย การพิจารณาใช้เครื่องมืออย่างบัตรกดเงินสดหรือ สินเชื่อถูกกฎหมายจากสถาบันที่น่าเชื่อถืออย่าง A money สามารถเป็นทางออกฉุกเฉินได้ แต่คุณควรใช้เท่าที่จำเป็น และต้องประเมินความสามารถในการผ่อนชำระคืน โดยปัจจุบัน A money กำหนดให้คุณสามารถผ่อนชำระเงินคืนขั้นต่ำเพียง 2.5 % ของยอดเงินต้นคงค้างที่ต้องชำระในแต่ละเดือน ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ ประจำเดือนของคุณลงได้ 

ค่าครองชีพสูงขึ้นต่อเนื่อง ควรรู้จักวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ

เมื่อค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจประสบปัญหารายจ่ายเกินรายรับชั่วคราว โดยเฉพาะในช่วงที่มีเหตุฉุกเฉินหรือรายจ่ายไม่คาดคิด การมีแหล่งเงินทุนสำรองที่เข้าถึงง่ายจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน

บัตรกดเงินสด A money สินเชื่อถูกกฎหมาย ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ สมัครง่ายผ่านแอปพลิเคชัน A money บนระบบ iOS, Android, Harmony OS (Huawei) รวมถึงเว็บไซต์ ด้วยจุดเด่นที่ออกแบบมาเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายและสะดวก ได้แก่ 

  • รู้ผลอนุมัติไว สมัครง่ายผ่านแอป A money ไม่ต้องเดินทางไปสาขา
  • รายได้เฉลี่ยขั้นต่ำเพียง 5,000 บาทต่อเดือน ก็สามารถสมัครได้
  • ผ่อนชำระขั้นต่ำเพียง 2.5% ของยอดคงค้าง ช่วยลดภาระรายเดือน
  • สมัครได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านช่องทางออนไลน์
  • เมื่ออนุมัติแล้ว สามารถกดเงินสดได้ทุกเวลาเมื่อต้องการ

*อัตราดอกเบี้ยเป็น 13%-25% ต่อปี กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

อย่างไรก็ตาม การใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ควรอยู่ภายใต้การวางแผนที่ดี เพื่อให้บัตรกดเงินสดเป็นตัวช่วยเสริมสภาพคล่องไม่ใช่ภาระในระยะยาว การรู้จักใช้เครดิตอย่างมีวินัยและชำระตรงเวลาจะช่วยให้คุณผ่านช่วงค่าครองชีพสูงได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยนั่นเอง

ย้อนกลับ