ทิปส์การเงิน
ผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐ เจ็บป่วยอุ่นใจ ไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายก้อนโต

หากใครเคยรับการรักษาตัวกับโรงพยาบาลรัฐ คงสงสัยกันใช่หรือไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลรัฐผ่อนจ่ายได้ไหม? เพราะโดยปกติแล้วเราจะเห็นการผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลเอกชนเป็นหลัก ดังนั้นในบทความนี้จะพามาหาคำตอบว่าผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐ ทำได้จริงไหม? และวิธีตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล เพื่อช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา มีวิธีการอย่างไรบ้าง?
Key Takeaways
- การผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐสามารถทำได้ผ่านการติดต่อกับหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ภายในโรงพยาบาลรัฐ
- ผู้ป่วยสามารถผ่อนชำระค่ารักษาพยาบาลได้ผ่านการผ่อนชำระกับผู้ให้บริการบัตรกดเงินสด
- สิทธิสวัสดิการอื่น ๆ ที่ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้ โดยไม่ต้องผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาล ได้แก่ 1.บัตรทอง 2.สวัสดิการแรงงาน 3.ประกันสังคม
- เอกสารที่ผู้ป่วยต้องใช้เพื่อผ่อนจ่ายค่ารักษากับฝ่ายสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลรัฐ ได้แก่ ทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน, เอกสารรับรองแหล่งที่มาของรายได้
- ในกรณีที่ต้องการตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาล สามารถโทรเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน สปสช. โทร. 1330
สารบัญบทความ
- ผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐ ทำได้จริงหรือเปล่า?
- เงินไม่พอค่ารักษา อยากผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐทำอย่างไรได้บ้าง?
- ผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐง่าย ๆ ด้วยบัตรกดเงินสด
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐ
ผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐ ทำได้จริงหรือเปล่า?

โดยทั่วไปทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชนจะไม่มีนโยบายให้ผ่อนค่ารักษาโดยตรง แต่ในบางโรงพยาบาลจะมีหน่วยงานสังคมสงเคราะห์คอยให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่ต้องการผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐ
อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องทางอื่น ๆ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาหน่วยงานสังคมสงเคราะห์แต่เพียงอย่างเดียว เช่น ใช้บัตรกดเงินสดเพื่อเบิกเงินก้อนออกมาใช้จ่ายก่อน จากนั้นค่อยผ่อนชำระคืนในภายหลัง ซึ่งการสมัครบัตรกดเงินสดเอาไว้ยังมีข้อดีอีกประการ คือ เป็นแหล่งเงินฉุกเฉินให้คุณมีเงินใช้จ่ายได้ในช่วงเงินหมดอีกด้วย
เงินไม่พอค่ารักษา อยากผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐทำอย่างไรได้บ้าง?
หากประเมินแล้วว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูงเกินไป ไม่สามารถชำระได้ด้วยเงินก้อน วิธีการดังต่อไปนี้จะช่วยให้คุณจัดการกับปัญหาเงินไม่พอจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้
สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “สิทธิบัตรทอง” โดยเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่ให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ ซึ่งสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติครอบคลุมค่ารักษาส่วนใหญ่ในโรงพยาบาลรัฐ ยกเว้นรายการพิเศษ เช่น ยานอกบัญชียาหลัก หรือการเข้าพักในห้องพิเศษ เป็นต้น และค่าใช้จ่ายในการรักษาอยู่ที่ 30 บาทเท่านั้น ทำให้ผู้ป่วยที่ประสบกับปัญหาเงินช็อต ไม่มีเงินเก็บสำรองยามฉุกเฉิน มีสิทธิ์เข้ารับการรักษาได้
สวัสดิการแรงงาน
ผู้ที่ทำงานในองค์กรเอกชน หรือรัฐวิสาหกิจในบางแห่งจะได้รับสวัสดิการแรงงานเพิ่มเติม เช่น ประกันกลุ่มของบริษัท โดยหลังจากเข้ารับการรักษาแล้ว สามารถนำใบเสร็จไปเบิกค่าใช้จ่ายกับทางบริษัทได้ อย่างไรก็ตามประกันกลุ่ม ก็มีข้อจำกัดในการรักษาเช่นเดียวกัน เช่น ต้องรักษาตัวกับโรงพยาบาลในเครือเท่านั้น ถึงจะเบิกค่าใช้จ่ายได้ เป็นต้น
ประกันสังคม
ประกันสังคมเป็นระบบที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างสวัสดิการให้แก่คนทำงาน โดยผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์อยู่หลัก ๆ 7 กรณี ซึ่งได้แก่
- กรณีเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ
- กรณีทุพพลภาพ
- กรณีคลอดบุตร
- กรณีสงเคราะห์บุตร
- กรณีเสียชีวิต
- กรณีว่างงาน
- กรณีชราภาพ
การใช้สิทธิ์ประกันสังคมสามารถใช้กับโรงพยาบาลเอกชนได้ ทำให้มีโอกาสได้รับการรักษากับโรงพยาบาลที่ตั้งใกล้เคียงกับสถานที่ทำงานหรือที่พัก อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิประกันสังคม ต้องใช้บริการกับสถานบริการที่เลือกไว้เท่านั้น ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างอิสระเหมือนกับสิทธิบัตรทอง
ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานสังคมสงเคราะห์
หากหมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล สามารถติดต่อกลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อให้คำปรึกษาด้านสิทธิสวัสดิการ รวมถึงทำหน้าที่พิจารณาว่าผู้ป่วยควรได้รับสิทธิ์ผ่อนชำระกับทางโรงพยาบาลจริงหรือไม่ โดยจะประเมินจากรายได้ของผู้ป่วย, สถานะบุคคลในทะเบียนราษฎร, การเข้าถึงสิทธิ์รักษาขั้นพื้นฐาน ฯลฯ
ผ่อนค่ารักษาพยาบาลผ่านบัตรกดเงินสด
การใช้บัตรกดเงินสดเป็นวิธีหาเงินเร็วที่สุดในการผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐ เพราะในปัจจุบันมีช่องทางการเบิกเงินสดหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการเบิกเงินผ่านตู้ ATM หรือเบิกผ่านแอปพลิเคชัน อีกทั้งวงเงินที่บัตรกดเงินสดอนุมัติสูงสุดถึง 5 เท่าของรายได้ ทำให้มีเงินก้อนใหญ่มากพอมาผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อตัดสินใจเบิกเงินสดออกมาแล้ว ควรวางแผนผ่อนชำระให้ตรงเวลา เพราะบัตรกดเงินสดคิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ 25% ต่อปี หากค้างชำระแล้วอาจส่งผลให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยงวดถัดไปสูงขึ้น จนทำให้ชำระหนี้คืนไม่ไหว
ผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐง่าย ๆ ด้วยบัตรกดเงินสด
การผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐสามารถทำได้ผ่านการติดต่อกลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลโดยตรง หรือหากไม่สะดวกติดต่อกับกลุ่มงานดังกล่าว ก็ผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐได้ผ่านการเบิกเงินก้อนจากบัตรกดเงินสดออกมาก่อนแล้วค่อยผ่อนชำระคืนในภายหลัง ซึ่งมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวกว่าการผ่อนจ่ายกับโรงพยาบาลโดยตรง
สำหรับผู้ที่ต้องการมีแหล่งเงินทุนไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน บัตรกดเงินสด A money พร้อมเป็นตัวช่วยในยามวิกฤต สมัครง่ายผ่านแอปพลิเคชัน A money ทั้งบนเว็บไซต์, iOS, Android รู้ผลไว ไม่ต้องเดินทางไปสมัครถึงสาขาให้เสียเวลา รับวงเงินสูงสุดถึง 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน รายได้เฉลี่ยขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท ก็สมัครได้ ที่สำคัญผ่อนชำระคืนขั้นต่ำเพียง 2.5% ของยอดคงค้างเท่านั้น ช่วยให้คุณจบทุกปัญหาทางการเงินได้อย่างราบรื่น
*อัตราดอกเบี้ย 13% - 25% ต่อปี กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลรัฐ
ผ่อนจ่ายกับฝ่ายสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่ ทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน, เอกสารรับรองแหล่งที่มาของรายได้ (ในกรณีที่มีรายได้ไม่แน่นอนให้ใช้หนังสือรับรองจากผู้นำชุมชน)
วิธีตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลเพื่อช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลรัฐ
สามารถโทรเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน สปสช. โทร. 1330 (ให้ข้อมูลและประสานงานเรื่องบัตรทอง ตลอด 24 ชั่วโมง) และสายด่วนประกันสังคม โทร. 1506 (ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม) หรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง
ออนไลน์