X
Open

ทิปส์การเงิน

ขอวีซ่าญี่ปุ่น ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่? มาเตรียมพร้อมก่อนเดินทาง

ขอวีซ่าญี่ปุ่น ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่

การยื่นขอวีซ่าญี่ปุ่นยังคงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างละเอียด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องหลักฐานทางการเงินที่สร้างความกังวลให้แก่ผู้สมัครหลายคนว่าการขอวีซ่าญี่ปุ่น ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ จึงจะเพียงพอและผ่านเกณฑ์การพิจารณา

บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับงบประมาณที่ควรมีในบัญชีและขั้นตอนการเตรียมตัว เพื่อให้การยื่นขอวีซ่าญี่ปุ่น และการพิจารณาเป็นไปอย่างราบรื่นตามแผนที่วางไว้

Key Takeaway

  • ยอดเงินในบัญชีสำหรับการขอวีซ่าไม่มีกำหนดขั้นต่ำ แต่ต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายตลอดทริป
  • เอกสารสำคัญสำหรับพนักงานประจำคือ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน 
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าประกอบด้วยค่าธรรมเนียมสถานทูตและค่าบริการ VFS 
  • ควรมีเงินสำรองเผื่อไว้ในบัญชีมากกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ประมาณ 15-30% 

สารบัญบทความ

ค่าธรรมเนียมวีซ่าญี่ปุ่นต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

การยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น เป็นค่าใช้จ่ายส่วนแรกที่ต้องจัดเตรียมไว้ในบัญชีให้พร้อม โดยค่าธรรมเนียมจะแบ่งออกเป็นค่าธรรมเนียมของสถานทูตตามประเภทของวีซ่า และค่าบริการของศูนย์รับคำร้อง (VFS Global) ที่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของเอกสารเพื่อให้กระบวนการพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับการยื่นคำร้องในปัจจุบัน มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่สรุปไว้เพื่อให้พนักงานประจำสามารถวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น ดังนี้

รายการค่าธรรมเนียม

ราคา (บาท)

วีซ่าเข้า-ออก ครั้งเดียว (Single Entry)

670 บาท

วีซ่าเข้า-ออก หลายครั้ง (Multiple Entry)

1,340 บาท

ค่าบริการศูนย์รับยื่นขอวีซ่า VFS ญี่ปุ่น

705 บาท

เฉพาะค่าบริการบริษัทฯ (ต่อเล่ม)

3,000 บาท


เสริมสภาพคล่องกับเคล็ดลับการหาเงินภายใน 1 ชั่วโมง เข้าบัญชี เพื่อให้ทุกแผนการเดินทางไม่มีสะดุด

อยากขอวีซ่าญี่ปุ่น ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่?

วีซ่าญี่ปุ่น

การประเมินว่าการขอวีซ่าญี่ปุ่น ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่นั้น ในความเป็นจริงทางสถานทูตไม่ได้มีการระบุตัวเลขยอดเงินขั้นต่ำเอาไว้อย่างชัดเจนตายตัว แต่เป็นการพิจารณาความพร้อมทางการเงินสามารถเริ่มต้นได้จากการสำรวจความต้องการของตนเอง ว่ารูปแบบการท่องเที่ยวที่วางแผนไว้นั้นเป็นอย่างไร ดังนี้

  • รูปแบบการท่องเที่ยว: การเลือกพักในโรงแรมหรูหราหรือเน้นการรับประทานอาหารร้านระดับพรีเมียม ย่อมต้องใช้ยอดเงินในบัญชีที่สูงกว่าการท่องเที่ยวแบบประหยัดหรือพักในโฮสเทลทั่วไป
  • ระยะเวลาในการพำนัก: จำนวนวันที่เดินทางมีผลโดยตรงต่อการคำนวณเงิน ยิ่งพำนักนานหลายวัน ยอดเงินสะสมในบัญชีควรมีมากพอที่จะรองรับค่าใช้จ่ายรายวันได้ตลอดทั้งทริป
  • สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรม: แผนการเดินทางข้ามเมืองด้วยรถไฟความเร็วสูงหรือการเข้าชมสถานที่ที่มีค่าเข้าชมสูง ต้องถูกนำมาคำนวณรวมเป็นต้นทุนในการเดินทางด้วย

ไขข้อสงสัยสำหรับพนักงานออฟฟิศว่าสินเชื่อส่วนบุคคล คืออะไร และจะเข้ามาช่วยเติมเต็มทริปในฝันให้เป็นจริงได้อย่างไร

เอกสารทางด้านการเงินที่ต้องเตรียมในการขอวีซ่าญี่ปุ่น

เอกสารที่สถานทูตมักต้องการเพื่อยืนยันสถานะทางการเงินของพนักงานประจำ มีรายละเอียดดังนี้

  • สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือ Statement ย้อนหลัง: รายการเดินบัญชีที่มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อแสดงให้เห็นถึงรายรับและรายจ่ายในแต่ละเดือน
  • หนังสือรับรองยอดเงินฝาก (Bank Certificate): เอกสารยืนยันจากธนาคารที่ระบุยอดเงินคงเหลือล่าสุด ณ วันที่ออกหนังสือ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสภาพคล่อง
  • สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองการทำงาน: เอกสารสำคัญสำหรับพนักงานประจำเพื่อยืนยันแหล่งที่มาของรายได้ที่แน่นอนและตำแหน่งงานที่มั่นคง
  • หลักฐานการเสียภาษีเงินได้: เอกสารเพิ่มเติมที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับรายได้สะสมตลอดทั้งปี
  • เอกสารสินทรัพย์อื่น ๆ: เช่น โฉนดที่ดิน กองทุนรวม หรือเอกสารการลงทุน ซึ่งสามารถนำมาแนบประกอบเพื่อแสดงความมั่งคั่งและภาระผูกพันในประเทศไทย

ค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่น ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่?

สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องข้อจำกัดทางการเงิน ควรเลือกวางแผนการเดินทางให้สอดคล้องกับยอดเงินที่มีอยู่เพื่อให้การยื่นวีซ่าญี่ปุ่นเป็นไปอย่างราบรื่น โดยมีแนวทางในการประมาณการค่าใช้จ่ายรายวัน ดังนี้

  • กรณีพักโรงแรม: ควรมีงบประมาณเฉลี่ยอย่างน้อย 2,700 – 4,000 บาท ต่อวัน สำหรับค่าอาหาร การเดินทางภายในเมือง และค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ (ยอดนี้ยังไม่รวมค่าที่พักและตั๋วเครื่องบิน)
  • กรณีพักบ้านญาติหรือเพื่อน: งบประมาณรายวันจะลดน้อยลงเหลือประมาณ 1,500 – 2,000 บาท ต่อวัน เนื่องจากไม่มีภาระค่าที่พัก แต่ควรระบุรายละเอียดที่พักให้ชัดเจนในแผนการเดินทาง

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงควรมีเงินสำรองในบัญชีมากกว่ายอดรวมของแผนการใช้จ่ายประมาณ 15-30% เพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหรือค่าใช้จ่ายที่อาจบานปลาย เตรียมความพร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ด้วยแนวทางการหาเงิน 30000 ภายใน1วัน ผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้และตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่

ขั้นตอนในการยื่นขอวีซ่าญี่ปุ่น

ขอวีซ่าญี่ปุ่น

กระบวนการยื่นคำร้องขอ วีซ่าญี่ปุ่น ในปัจจุบันได้รับการปรับปรุงให้มีความคล่องตัวและเป็นระบบมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มพนักงานประจำที่มีเวลาจำกัด โดยผู้สมัครจำเป็นต้องดำเนินการผ่านศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศญี่ปุ่น (VFS Global) ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่คัดกรองเอกสารก่อนส่งต่อให้สถานทูตพิจารณา เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว ควรปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างละเอียดดังนี้

  • ตรวจสอบและเลือกประเภทวีซ่า: พิจารณาวัตถุประสงค์การเดินทางให้ชัดเจนว่าเป็นวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้น การไปเยี่ยมญาติ หรือวีซ่าธุรกิจ เพื่อที่จะสามารถเตรียมเอกสารประกอบการพิจารณาได้ตรงตามเงื่อนไขที่สถานทูตกำหนด
  • ลงทะเบียนนัดหมายออนไลน์: ทำการจองคิวเพื่อเข้ายื่นเอกสารล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ VFS Global โดยเลือกวันและเวลาที่สะดวก เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดและช่วยให้สามารถบริหารจัดการเวลาในช่วงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • จัดเตรียมเอกสารและรูปถ่าย: รวบรวมเอกสารสำคัญทั้งหมดให้ครบถ้วนตามรายการที่ระบุ โดยเฉพาะรูปถ่ายสีที่มีขนาด 2x1.4 นิ้ว (หรือตามที่ระบุในแบบฟอร์ม) พื้นหลังต้องเป็นสีขาวสะอาด และถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนเพื่อความถูกต้องของข้อมูลอัตลักษณ์
  • ยื่นคำร้องและชำระค่าธรรมเนียม: เดินทางไปยังศูนย์รับคำร้องตามวันและเวลาที่นัดหมายเพื่อส่งมอบเอกสารและชำระค่าธรรมเนียมวีซ่ารวมถึงค่าบริการจัดการ ซึ่งควรเตรียมเงินสดหรือช่องทางการชำระเงินตามที่ศูนย์รับคำร้องกำหนดให้พร้อม
  • ติดตามผลและรับหนังสือเดินทาง: หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการยื่นคำร้อง สามารถตรวจสอบสถานะการพิจารณาผ่านระบบออนไลน์ และรอรับเล่มพาสปอร์ตคืนตามช่องทางที่เลือกไว้ เช่น รับด้วยตนเองหรือบริการส่งทางไปรษณีย์

การเตรียมตัวตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างรอบคอบจะช่วยลดโอกาสในการถูกปฏิเสธหรือการต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงลาพักร้อนเป็นไปอย่างราบรื่นและไร้กังวลมากที่สุด

ขอวีซ่าญี่ปุ่น ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่เพื่อเตรียมความพร้อม

การขอวีซ่าญี่ปุ่น ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่? สิ่งสำคัญของการยื่นวีซ่าญี่ปุ่น สำหรับพนักงานประจำคือความสอดคล้องระหว่างรายได้และแผนการเดินทางที่มีความโปร่งใส ซึ่งการเตรียมงบประมาณให้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการพิจารณาได้เป็นอย่างดี 

ทั้งนี้หากต้องการเสริมความคล่องตัวทางการเงินบัตรกดเงินสด A money ถือเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ด้วยคุณสมบัติสมัครสะดวกผ่านแอปพลิเคชันโดยไม่ต้องเดินทางไปสาขา รู้ผลอนุมัติไว และเปิดรับผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยขั้นต่ำเพียง 5,000 บาทต่อเดือน* ทั้งยังเป็นสินเชื่อถูกกฎหมายที่มีความยืดหยุ่นสูงด้วยการชำระคืนขั้นต่ำเพียง 2.5% ของยอดคงค้าง ช่วยให้พนักงานออฟฟิศบริหารจัดการเงินสำรองพร้อมใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์

*รายได้เฉลี่ยขั้นต่ำเพียง 5,000 บาทต่อเดือน

*ปัจจุบันมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเป็น 13%-25% ต่อปี

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ยื่นขอวีซ่าต้องใช้ Statement ย้อนหลังกี่เดือน?

โดยทั่วไปสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นกำหนดให้ผู้สมัครต้องแสดงรายการเดินบัญชีออมทรัพย์หรือ Statement ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือนนับจากเดือนปัจจุบัน เพื่อใช้ในการตรวจสอบความสม่ำเสมอของรายได้ที่เข้ามาในบัญชีและความมั่นคงทางการเงินของผู้สมัคร การมีรายการเดินบัญชีที่เคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่ายอดเงินก้อนใหญ่ที่โอนเข้ามาเพียงครั้งเดียว

การขอวีซ่าญี่ปุ่นใช้เวลากี่วัน?

กระบวนการพิจารณาอนุมัติวีซ่าญี่ปุ่นตามมาตรฐานจะใช้เวลาประมาณ 5 วันทำการ (ไม่นับรวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ของสถานทูต) หลังจากที่ศูนย์รับคำร้อง VFS Global ได้รับเอกสารที่ครบถ้วนและถูกต้องเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีที่เจ้าหน้าที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกหรือมีการขอเอกสารเพิ่มเติม อาจส่งผลให้ระยะเวลาในการพิจารณานานกว่าปกติ ผู้สมัครจึงควรเผื่อเวลาในการยื่นคำร้องล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง

คนไทยไปญี่ปุ่นต้องขอวีซ่าไหม?

สำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดา (Passport เล่มสีน้ำตาล) ของประเทศไทย ปัจจุบันได้รับการยกเว้นการขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจระยะสั้น โดยสามารถพำนักได้ไม่เกิน 15 วัน แต่หากมีแผนการเดินทางที่ต้องพำนักนานกว่า 15 วัน หรือต้องการเดินทางไปทำงานและพำนักในระยะยาวต้องดำเนินการขอวีซ่าก่อนการเดินทาง

ย้อนกลับ