X
Open

ทิปส์การเงิน

ดอกเบี้ยบ้าน MRR คืออะไร? รู้จักอัตราดอกเบี้ยก่อนวางแผนกู้ซื้อบ้าน

ดอกเบี้ยบ้าน MRR คือ

เมื่อตัดสินใจกู้ซื้อบ้านหรือคอนโด หนึ่งในคำที่มักปรากฏอยู่ในข้อเสนอสินเชื่อของธนาคารคือ ดอกเบี้ยบ้าน MRR หลายคนจึงอาจเกิดคำถามว่าดอกเบี้ยบ้าน MRR คืออะไร และเหตุใดจึงมีผลต่อภาระการผ่อนชำระในระยะยาว โดยเฉพาะหลังสิ้นสุดช่วงโปรโมชันอัตราดอกเบี้ยคงที่ ดังนั้นการเข้าใจหลักการของ MRR จะช่วยให้ประเมินค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจกู้ได้อย่างรอบคอบ 

บทความต่อจากนี้จะอธิบายว่า MRR คืออะไร มีความแตกต่างจาก MLR และ MOR ในด้านใด รวมถึงแนวทางเลือก MRR สินเชื่อบ้าน ให้เหมาะกับแผนการเงินและภาระผ่อนชำระในระยะยาว

Key Takeaways

  • ดอกเบี้ยบ้าน MRR คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับสินเชื่อรายย่อยที่ธนาคารใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน
  • MLR และ MRR คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงคนละประเภท โดย MRR ใช้กับสินเชื่อรายย่อยเป็นหลัก ส่วน MLR ใช้กับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี จึงมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกัน
  • อัตราดอกเบี้ย MRR และ MLR แตกต่างกันหลัก ๆ ที่กลุ่มเป้าหมายผู้กู้และประเภทของสินเชื่อที่ธนาคารนำไปใช้คำนวณ
  • ก่อนกู้ซื้อบ้าน ควรเปรียบเทียบทั้งอัตราดอกเบี้ยช่วงโปรโมชัน MRR ปัจจุบันของแต่ละธนาคาร รวมถึงเงื่อนไขสินเชื่อ 

สารบัญบทความ

ทำความรู้จักดอกเบี้ยบ้าน MRR (Minimum Retail Rate)

ดอกเบี้ยบ้าน MRR คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับลูกค้ารายย่อยที่ธนาคารใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ โดย MRR ย่อมาจาก Minimum Retail Rate หรืออัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อย ซึ่งมักนำมาใช้กับสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น ทั้งนี้ MRR คือดอกเบี้ยที่แต่ละธนาคารสามารถกำหนดได้เอง ทำให้ MRR ของแต่ละธนาคาร อาจมีอัตราไม่เท่ากัน

สำหรับสินเชื่อบ้าน ธนาคารมักกำหนดอัตราดอกเบี้ยในรูปแบบ MRR - x.xx% หรือ MRR + x.xx% มากกว่าการใช้อัตรา MRR โดยตรง เช่น หากธนาคารกำหนดอัตราดอกเบี้ย MRR -2.00% ก็จะนำอัตรา MRR ของธนาคารมาหักด้วย 2.00% ตามเงื่อนไขสัญญา ดังนั้น ก่อนตัดสินใจกู้ซื้อบ้านหรือผ่อนคอนโด ควรตรวจสอบ MRR ปัจจุบันและเปรียบเทียบ MRR แต่ละธนาคาร เพื่อประเมินต้นทุนการกู้

MRR สำคัญต่อการกู้ซื้อบ้านอย่างไรบ้าง?

mrrปัจจุบันแต่ละธนาคาร

การทำความเข้าใจดอกเบี้ยบ้าน MRR ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่รู้ว่า ดอกเบี้ย MRR คืออะไร แต่ยังช่วยให้ประเมินภาระการผ่อนในระยะยาวได้แม่นยำขึ้น เนื่องจากเมื่อพ้นช่วงโปรโมชันดอกเบี้ยคงที่ สินเชื่อบ้านส่วนใหญ่มักใช้อัตรา MRR สินเชื่อบ้าน เป็นเกณฑ์ในการคำนวณดอกเบี้ย หากเปรียบเทียบเฉพาะดอกเบี้ยในช่วงปีแรก โดยไม่พิจารณา MRR แต่ละธนาคารก็อาจทำให้ต้นทุนการกู้ในระยะยาวสูงกว่าที่คาดไว้

อีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามคือ MRR ปัจจุบัน เพราะหากอัตราดอกเบี้ยปรับลดลง ภาระดอกเบี้ยก็มีโอกาสลดลง และเงินงวดจะถูกนำไปตัดเงินต้นมากขึ้น แต่หาก MRR ปรับเพิ่มขึ้น ภาระดอกเบี้ยก็อาจสูงขึ้นตามเงื่อนไขของสัญญา ดังนั้น ควรเปรียบเทียบทั้งอัตราโปรโมชันและ MRR ปัจจุบันแต่ละธนาคาร ควบคู่กันศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และเลือกใช้สินเชื่อถูกกฎหมาย เพื่อให้การวางแผนทางการเงินมีความมั่นคง

ดอกเบี้ย MRR แตกต่างกับ MLR และ MOR อย่างไร ?

อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ธนาคารประกาศแต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน การเข้าใจว่า MLR, MRR และ MOR คืออะไร จะช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะกับความต้องการ 

ดอกเบี้ย MLR

MLR (Minimum Loan Rate) คืออัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ที่มีความน่าเชื่อถือทางการเงินสูง โดยมักใช้กับสินเชื่อธุรกิจหรือสินเชื่อเพื่อการประกอบกิจการ จึงไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยที่ใช้กับสินเชื่อบ้านของลูกค้ารายย่อย แม้บางธนาคารอาจนำ MLR มาใช้อ้างอิงกับสินเชื่อบางประเภทก็ตาม 

ดอกเบี้ย MOR

MOR (Minimum Overdraft Rate) คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับวงเงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft: OD) ที่มักใช้กับผู้ประกอบการหรือธุรกิจที่ต้องการสภาพคล่องระยะสั้น แตกต่างจาก MRR ที่ใช้เป็นอัตราอ้างอิงสำหรับสินเชื่อรายย่อย ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบระหว่าง MRR กับ MLR จะเห็นว่าแต่ละอัตราถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสินเชื่อคนละประเภท 

ไขข้อสงสัย ดอกเบี้ยลอยตัวต่างจากดอกเบี้ยประเภทอื่นอย่างไร?

สินเชื่อบ้านโดยทั่วไปแบ่งรูปแบบอัตราดอกเบี้ยออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ดอกเบี้ยคงที่ และ ดอกเบี้ยลอยตัว โดยMRR คือดอกเบี้ยลอยตัวที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี ซึ่งหมายความว่าอัตราดอกเบี้ยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามประกาศของธนาคาร แตกต่างจากดอกเบี้ยบ้านคงที่ที่กำหนดอัตราไว้แน่นอนในช่วงเวลาที่ระบุ ทำให้ผู้กู้สามารถคาดการณ์ค่างวดได้ง่ายกว่าในช่วงดังกล่าว

เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาอัตราดอกเบี้ยคงที่ สินเชื่อบ้านส่วนใหญ่มักเปลี่ยนมาใช้อัตรา MRR หรืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงอื่นตามเงื่อนไขของสัญญา เพราะหาก MRR ปัจจุบันปรับลดลง ภาระดอกเบี้ยก็อาจลดลงตาม แต่หากอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระก็มีโอกาสสูงขึ้นเช่นกัน ดังนั้นก่อนเลือกสินเชื่อบ้าน ควรพิจารณาทั้งช่วงดอกเบี้ยคงที่และเงื่อนไขดอกเบี้ยลอยตัวควบคู่กัน

อัปเดตอัตราดอกเบี้ยบ้านและคอนโด ปี 2569

ตารางmrrแต่ละธนาคาร

รายชื่อธนาคาร 

อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 

MRR

ระยะเวลากู้ (ปี)

วงเงินกู้สูงสุด

ธนาคารกรุงไทย

3.13%

6.300

40

100%

ธนาคารออมสิน

2.55%

6.045

40

110%

ธนาคารกสิกรไทย

3.18%

6.580

30

100%

ธนาคารไทยพาณิชย์

2.65%

6.570

30

100%

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

4.80%

6.670

30

110%

ธนาคารอาคารสงเคราะห์

3.23%

6.145

40

100%

 

**ที่มาอ้างอิงเพิ่มเติมจาก : ธนาคารแห่งประเทศไทย (อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 เดือนกรกฎาคม 2569)

หมายเหตุ: อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขสินเชื่ออาจเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของธนาคารและคุณสมบัติของผู้กู้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับธนาคารก่อนตัดสินใจ

วิธีคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านด้วยตัวเอง

การคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเป็นวิธีที่ช่วยประเมินภาระค่าใช้จ่ายก่อนยื่นกู้ และเปรียบเทียบข้อเสนอจากแต่ละธนาคารได้ง่ายขึ้น โดยมีสูตรดังต่อไปนี้

  • ดอกเบี้ย = (เงินต้นคงเหลือ × อัตราดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนวันของเดือน) ÷ 365

ทั้งนี้ ตัวอย่างการคำนวณด้านล่างเป็นการแสดงดอกเบี้ยในช่วงเวลาหนึ่ง โดยสมมติให้เงินต้นและอัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดช่วงวันที่คำนวณเท่านั้น ในการผ่อนชำระจริง เงินต้นจะลดลงตามจำนวนเงินที่ชำระในแต่ละงวด และอัตราดอกเบี้ยอาจเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์สินเชื่อ

ตัวอย่าง

  • เงินต้นคงเหลือ: 3,000,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ย: 5.00% ต่อปี
  • จำนวนวัน: 31 วัน

วิธีคำนวณ

  • (3,000,000 × 5.00% × 31) ÷ 365 = 12,739.73 บาท

หมายความว่า หากมีเงินต้นคงเหลือ 3,000,000 บาท และใช้อัตราดอกเบี้ย 5.00% ต่อปีตลอดระยะเวลา 31 วัน จะเกิดดอกเบี้ยประมาณ 12,739.73 บาท

หมายเหตุ: การคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านจริงอาจแตกต่างกันตามวิธีคำนวณของแต่ละธนาคาร เงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย และจำนวนเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด 

สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อบ้านหรือคอนโดดี ให้ลองคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อด้วยตัวเองก่อน เพื่อให้วางแผนและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

วิธีเลือกสินเชื่อบ้านโดยพิจารณา MRR ทำได้อย่างไรบ้าง

ดอกเบี้ยบ้าน MRR คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนการกู้ในระยะยาว ดังนั้น การเลือกสินเชื่อบ้านจึงไม่ควรพิจารณาเพียงอัตราดอกเบี้ยช่วงโปรโมชันเท่านั้น การเปรียบเทียบอัตรา MRR ด้วยเพราะจะช่วยให้เลือกสินเชื่อที่เหมาะกับภาระการผ่อนชำระได้มากขึ้น โดยพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้

  • การเปรียบเทียบ MRR ไม่ควรดูเฉพาะอัตราดอกเบี้ยปีแรก แต่ควรตรวจสอบ MRR ปัจจุบันของแต่ละธนาคาร และเงื่อนไขหลังหมดช่วงโปรโมชันด้วย
  • พิจารณาอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดช่วงโปรโมชัน เพราะบางธนาคารอาจเสนออัตราดอกเบี้ยปีแรกต่ำ แต่ดอกเบี้ยในปีถัดไปสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น
  • ตรวจสอบค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขของสัญญา เช่น ค่าประเมินหลักประกัน ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมถึงเงื่อนไขการรีไฟแนนซ์หรือการปิดบัญชีก่อนกำหนด
  • เลือกวงเงินและระยะเวลาผ่อนให้เหมาะกับรายได้ เพื่อให้ค่างวดอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และลดความเสี่ยงจากภาระหนี้ในระยะยาว
  • กู้กับสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่เฉพาะกู้ซื้อบ้านอย่างเดียว รวมทั้งการทำบัตรเครดิต, บัตรกดเงินสด หรือแม้แต่การสมัครบัตรกดเงินสดไม่มีสลิปเงินเดือน สำหรับอาชีพฟรีแลนซ์ ก็ควรเลือกผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรม

เข้าใจดอกเบี้ยบ้าน MRR เพื่อวางแผนการกู้ได้อย่างมั่นใจ 

ดอกเบี้ยบ้าน MRR คือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาระการผ่อนชำระของสินเชื่อบ้าน โดยเฉพาะหลังสิ้นสุดช่วงอัตราดอกเบี้ยคงที่ ยิ่งเข้าใจวิธีที่ธนาคารนำ MRR มาใช้กำหนดอัตราดอกเบี้ย ก็ยิ่งมองเห็นต้นทุนที่ต้องรับผิดชอบตลอดอายุสัญญาได้ชัดขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เปรียบเทียบข้อเสนอของแต่ละธนาคารและตัดสินใจเลือกสินเชื่อบ้านที่ตรงกับความต้องการได้มากที่สุด

สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสภาพคล่องทางการเงินระหว่างผ่อนบ้านหรือมีค่าใช้จ่ายจำเป็น บัตรกดเงินสด A money เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ตอบโจทย์ ด้วยบริการสมัครผ่านแอปเดียว ทั้งบน Android, iOS และบนเว็บไซต์ รู้ผลไว ใช้งานสะดวก และมีวงเงินพร้อมใช้เมื่อต้องการ ภายใต้เงื่อนไขที่โปร่งใส ช่วยให้บริหารค่าใช้จ่ายในแต่ละช่วงได้คล่องตัวมากขึ้น พร้อมวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์

*กู้เท่าที่จําเป็นและชําระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 13%-25% ต่อปี 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดอกเบี้ยบ้าน MRR คือ

ดอกเบี้ยบ้าน MRR ปรับขึ้นหรือลงบ่อยแค่ไหน?

ดอกเบี้ย MRR คือตัวเลขที่ไม่มีรอบการปรับที่แน่นอน โดยแต่ละธนาคารสามารถปรับ MRR ได้ตามต้นทุนทางการเงินและสภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้น ผู้กู้ควรติดตามประกาศของธนาคารอย่างสม่ำเสมอ

MRR 2.00 ต่อปี คืออะไร? 

MRR 2.00% ต่อปี คือการระบุส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยที่อ้างอิงจาก MRR ไม่ใช่อัตรา MRR ที่แท้จริง เช่น หาก MRR ปัจจุบันของธนาคารอยู่ที่ 7.00% และกำหนดดอกเบี้ยเป็น MRR -2.00% ผู้กู้จะเสียดอกเบี้ยในอัตรา 5.00% ต่อปี 

กู้บ้านอย่างไรให้ดอกเบี้ยต่ำ? 

การขอสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยต่ำ ควรเปรียบเทียบทั้งอัตราดอกเบี้ยช่วงโปรโมชันและ MRR ของแต่ละธนาคาร ควบคู่กับเงื่อนไขของสินเชื่อ รวมถึงเตรียมประวัติทางการเงินและความสามารถในการผ่อนชำระให้พร้อม

ย้อนกลับ