ทิปส์การเงิน
ผ่อนคอนโดต้องรู้อะไรบ้าง แนะนำเทคนิคดี ๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคอนโดได้ราบรื่น

การตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญทางการเงินที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่อนคอนโดอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยให้คุณบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินในระยะยาวได้อีกด้วย หลายคนอาจมีคำถามสำคัญว่าผ่อนคอนโดเดือนละเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมกับรายได้ และควรวางแผนอย่างไรให้สามารถผ่อนได้อย่างราบรื่นโดยไม่กระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจหลักพื้นฐานของการผ่อนคอนโด รวมถึงเทคนิควางแผนทางการเงินที่ช่วยให้การผ่อนคอนโดราบรื่นและมั่นคงยิ่งขึ้น
Key Takeaway
- ค่างวดผ่อนคอนโดรายเดือนไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพในการดำรงชีวิต
- การพิจารณาอนุมัติกู้ซื้อคอนโด สถาบันการเงินจะประเมินจากรายได้ ค่าใช้จ่าย และภาระหนี้สินโดยรวมของผู้กู้
- ระยะเวลาผ่อนคอนโดสูงสุดจะอยู่ที่ 30 ปี (บางธนาคารอาจให้ถึง 40 ปี) ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงินและอายุของผู้กู้
- ก่อนตัดสินใจกู้ซื้อคอนโด ควรลดหรือปิดหนี้เดิมที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อ
สารบัญบทความ
- การผ่อนคอนโดมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
- เงินเดือนเท่านี้ควรผ่อนคอนโดเดือนละเท่าไหร่?
- ระยะเวลาผ่อนคอนโดสูงสุดกี่ปี?
- เทคนิคผ่อนคอนโดอย่างมีประสิทธิภาพ วางแผนดี การเงินไม่มีสะดุด
- ผ่อนคอนโดอย่างมั่นใจ วางแผนดี มีโอกาสเป็นเจ้าของได้จริง
- FAQ คำถามที่พบบ่อย
การผ่อนคอนโดมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

การวางแผนผ่อนคอนโดให้ราบรื่นจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างรอบด้าน เพื่อช่วยให้บริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงหมุนเงินไม่ทันจนเกิดภาระเกินตัวในอนาคต ค่าใช้จ่ายที่ต้องเจอเมื่อซื้อคอนโดมีดังนี้
- เงินจองและเงินทำสัญญา: เงินก้อนแรกที่คุณต้องเตรียมเมื่อต้องการซื้อคอนโด เพื่อจ่ายเป็นเงินจองกับโครงการและทำสัญญา
- เงินดาวน์: เงินก้อนที่ต้องชำระก่อนโอนกรรมสิทธิ์ โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5%–20% ของราคาคอนโด เงินส่วนนี้จะชำระเป็นงวด ๆ ก่อนคอนโดสร้างเสร็จ และจะมีผลต่อค่างวดการผ่อนคอนโด
- ค่าธรรมเนียมจดจำนอง: คิดประมาณ 1% ของวงเงินกู้ทั้งหมด เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระในวันที่โอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดินในเขตที่คอนโดตั้งอยู่
- ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์: โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2% ของราคาประเมิน อาจแบ่งจ่ายคนละครึ่งกับโครงการคอนโด และต้องจ่าย ณ กรมที่ดินในเขตที่คอนโดตั้งอยู่
- ค่าส่วนกลางล่วงหน้า: ค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลพื้นที่ส่วนกลาง เช่น รปภ., สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Co-working space โดยทั่วไปจะเก็บล่วงหน้า 1-2 ปี
- ค่าประกันอัคคีภัยและประกันสินเชื่อ: บางธนาคารกำหนดให้ผู้ซื้อคอนโดต้องทำประกันเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงของทรัพย์สินและตัวผู้กู้
- ค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ : เช่น ค่ามิเตอร์น้ำ-ไฟ, ค่าติดตั้งอินเทอร์เน็ต หรือค่าใช้จ่ายในการตกแต่งห้อง ซึ่งควรเตรียมงบประมาณเผื่อไว้เพิ่มเติม
- ค่ากองทุนสำรอง: คอนโดบางโครงการอาจเรียกเก็บเงินกองทุนสำรองของนิติบุคคล (Sinking Fund) เพื่อใช้สำหรับซ่อมแซมและบำรุงส่วนกลางในกรณีฉุกเฉิน โดยทั่วไปจะเป็นเงินก้อนที่จ่ายครั้งเดียว
เงินเดือนเท่านี้ควรผ่อนคอนโดเดือนละเท่าไหร่?
โดยทั่วไปแล้ว หากต้องการผ่อนคอนโดแบบสบาย ๆ สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ และไม่อยากมีภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนมากเกินไป ค่างวดผ่อนคอนโดรายเดือนไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพในการดำรงชีวิต และเมื่อรวมภาระหนี้ทั้งหมด เช่น สินเชื่อรถยนต์หรือสินเชื่อส่วนบุคคลแล้ว ไม่ควรเกิน 45% ของรายได้รวม เพื่อให้ยังคงมีสภาพคล่องและเงินสำรองยามฉุกเฉิน
ทั้งนี้ ในการพิจารณาอนุมัติกู้ซื้อคอนโด สถาบันการเงินจะประเมินจากรายได้ ค่าใช้จ่าย และภาระหนี้สินโดยรวมของผู้กู้ ซึ่งเกณฑ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละแห่ง โดยสามารถใช้แนวทางคํานวณผ่อนคอนโด เบื้องต้นได้จากสูตรต่อไปนี้
|
ความสามารถในการผ่อนคอนโด = (รายได้ทั้งหมด × 60%) − หนี้สินทั้งหมด |
นอกจากการประเมินความสามารถในการผ่อนชำระแล้ว ควรคำนวณวงเงินกู้สูงสุดควบคู่กันด้วย เพื่อให้ทราบช่วงราคาคอนโดที่เหมาะสมกับระดับรายได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสถาบันการเงินจะเป็นผู้คำนวณให้ โดยใช้อัตราผ่อน 6,000 บาท ต่อวงเงินกู้ 1,000,000 บาท ซึ่งคิดได้ตามสูตรดังนี้
|
วงเงินกู้สูงสุด = (ความสามารถในการผ่อน × 1,000,000) ÷ 6,000 |
สำหรับคนที่ต้องการทราบว่าเงินเดือนเท่านี้จะต้องผ่อนคอนโดเท่าไหร่ หรือจะกู้ซื้อคอนโดต้องมีเงินเท่าไหร่ สามารถดูได้จากตารางข้อมูลด้านล่างนี้
ตารางเปรียบเทียบเงินเดือนและความสามารถในการผ่อนคอนโดสูงสุด
|
เงินเดือน (บาท) |
ความสามารถในการผ่อน (บาท) |
วงเงินกู้สูงสุด (บาท) |
|
10,000 |
6,000 |
1,000,000 |
|
15,000 |
9,000 |
1,500,000 |
|
20,000 |
12,000 |
2,000,000 |
|
25,000 |
15,000 |
2,500,000 |
|
30,000 |
18,000 |
3,000,000 |
|
35,000 |
21,000 |
3,500,000 |
|
40,000 |
24,000 |
4,000,000 |
|
45,000 |
27,000 |
4,500,000 |
|
50,000 |
30,000 |
5,000,000 |
|
55,000 |
33,000 |
5,500,000 |
|
60,000 |
36,000 |
6,000,000 |
|
65,000 |
39,000 |
6,500,000 |
|
70,000 |
42,000 |
7,000,000 |
|
75,000 |
45,000 |
7,500,000 |
|
80,000 |
48,000 |
8,000,000 |
|
85,000 |
51,000 |
8,500,000 |
|
90,000 |
54,000 |
9,000,000 |
|
95,000 |
57,000 |
9,500,000 |
|
100,000 |
60,000 |
10,000,000 |
ตารางการผ่อนคอนโดนี้เป็นเพียงการประเมินคร่าว ๆ จากการผ่อนชำระในระยะเวลา 30 ปี ข้อมูลจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร อายุ และอาชีพของผู้กู้ ควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ซื้อคอนโดอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
ผ่อนคอนโดเดือนละ 3,000 บาท ได้คอนโดราคาเท่าไหร่?
การประเมินความสามารถในการผ่อนคอนโดของตัวเองก่อนตัดสินใจกู้ซื้อคอนโดถือเป็นการวางแผนการเงินที่ควรทำ จากสูตรการคำนวณวงเงินกู้สูงสุด
วงเงินกู้สูงสุด = (ความสามารถในการผ่อน × 1,000,000) ÷ 6,000
เมื่อนำตัวเลขมาคำนวณ จะได้ดังนี้
(3,000 × 1,000,000) ÷ 6,000 = วงเงินกู้สูงสุด 500,000 บาท
ดังนั้น หากคุณสามารถผ่อนคอนโดได้เดือนละ 3,000 บาท จะกู้ซื้อคอนโดได้ประมาณ 500,000 บาท (โดยประมาณ)
อย่างไรก็ตาม ราคาคอนโดที่สามารถซื้อได้จริง อาจสูงกว่านี้ หากมีเงินดาวน์เพิ่มเติม เช่น หากวางเงินดาวน์ 10%–20% ก็อาจเลือกคอนโดในช่วงราคาประมาณ 600,000 – 625,000 บาท ได้ ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการคำนวณเบื้องต้น ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน และเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน
ผ่อนคอนโดเดือนละ 5,000 บาท ได้คอนโดราคาเท่าไหร่?
สำหรับคนที่มีความสามารถในการผ่อนคอนโดที่ 5,000 บาทต่อเดือน จากสูตรการคำนวณวงเงินกู้สูงสุด
วงเงินกู้สูงสุด = (ความสามารถในการผ่อน × 1,000,000) ÷ 6,000
เมื่อนำตัวเลขมาคำนวณ
(5,000 × 1,000,000) ÷ 6,000 = วงเงินกู้สูงสุด 833,333 บาท
ดังนั้น ถ้าคุณสามารถผ่อนคอนโดได้เดือนละ 5,000 บาท จะกู้ซื้อคอนโดได้ประมาณ 830,000 – 840,000 บาท
ทั้งนี้ ราคาคอนโดที่ซื้อได้จริงอาจสูงกว่านี้ หากมีเงินดาวน์เพิ่มเติม เช่น วางเงินดาวน์ 10%–20% ก็อาจเลือกคอนโดในช่วงราคาประมาณ 920,000 – 1,040,000 บาท ได้ โดยตัวเลขทั้งหมดเป็นการประเมินเบื้องต้น ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน และเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน
ระยะเวลาผ่อนคอนโดสูงสุดกี่ปี?
โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาผ่อนคอนโดสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 30 ปี (บางธนาคารอาจให้ถึง 40 ปี) ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงินและอายุของผู้กู้เป็นสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่ธนาคารจะกำหนดให้อายุผู้กู้และ ระยะเวลาผ่อนบวกรวมกันแล้วจะต้องไม่เกิน 65-70 ปี
อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถเลือกผ่อนได้นานเพื่อให้ค่างวดต่อเดือนต่ำลง แต่ระยะเวลาที่นานขึ้นย่อมทำให้ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น การเลือกจำนวนปีผ่อนควรพิจารณาให้เหมาะสมกับรายได้และเป้าหมายทางการเงิน เพื่อให้สามารถผ่อนคอนโดได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
เทคนิคผ่อนคอนโดอย่างมีประสิทธิภาพ วางแผนดี การเงินไม่มีสะดุด

การวางแผนผ่อนคอนโดอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้อาศัยเพียงรายได้ที่มั่นคงเท่านั้น แต่ยังต้องมีวินัยทางการเงินและกลยุทธ์ที่เหมาะสมร่วมด้วย ยิ่งคุณเตรียมตัวก่อนกู้ซื้อคอนโดได้ดีมากเท่าไร ก็ยิ่งช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การผ่อนเป็นไปอย่างราบรื่นในระยะยาว
1. แยกบัญชีการออมกับเงินสำหรับผ่อนคอนโดเอาไว้
ควรจัดสรรบัญชีเงินฝากให้ชัดเจน โดยแยกบัญชีสำหรับผ่อนคอนโดออกจากบัญชีใช้จ่ายทั่วไป เพื่อช่วยควบคุมวินัยทางการเงิน ลดโอกาสนำเงินผ่อนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และยังช่วยให้เห็นภาพรวมการเงินได้ชัดเจนมากขึ้น
2. เคลียร์ภาระหนี้เก่าให้หมดก่อนผ่อนคอนโด
ก่อนตัดสินใจกู้ซื้อคอนโด ควรลดหรือปิดหนี้เดิมที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะหนี้ดอกเบี้ยสูง เช่น บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อเพิ่มโอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อคอนโด และลดภาระดอกเบี้ยซ้ำซ้อนในอนาคต
3. ประเมินความสามารถในการผ่อนคอนโดของตัวเอง
ควรคำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายของตัวเองอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถผ่อนคอนโดได้โดยไม่กระทบต่อคุณภาพชีวิต รวมถึงควรเลือกใช้สินเชื่อถูกกฎหมายจากผู้ให้บริการทางการเงินที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงในการกู้เงินระยะยาว
4. เอาเงินโปะคอนโดเยอะช่วยลดภาระหนี้ในระยะยาว
ในระหว่างที่ผ่อนคอนโดอยู่ หากมีรายได้ต่อเดือนเพิ่มขึ้น มีเงินก้อน หรือมีรายได้พิเศษจากอาชีพเสริม ควรแบ่งเงินส่วนหนึ่งนำมาโปะค่างวดผ่อนคอนโดเพิ่มเติม วิธีนี้จะช่วยลดดอกเบี้ยรวม และทำให้ระยะเวลาผ่อนสั้นลง ช่วยให้ปลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
5. รีไฟแนนซ์เพื่อลดอัตราดอกเบี้ย
เมื่อผ่อนคอนโดครบ 3 ปี มักจะเป็นช่วงที่อัตราดอกเบี้ยโปรโมชันหมดลงและจะปรับเป็นดอกเบี้ยแบบลอยตัว ในตอนนี้คุณสามารถพิจารณารีไฟแนนซ์คอนโดกับธนาคารแห่งใหม่ได้ เพื่อให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง วิธีนี้จะช่วยลดยอดผ่อนต่อเดือนให้น้อยลงและช่วยประหยัดเงินได้มากขึ้น
ผ่อนคอนโดอย่างมั่นใจ วางแผนดี มีโอกาสเป็นเจ้าของได้จริง
การผ่อนคอนโดต้องอาศัยการวางแผนทางการเงินอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การประเมินความสามารถในการผ่อน คำนวณวงเงินกู้ ไปจนถึงการเลือกเงื่อนไขสินเชื่อที่เหมาะสม หากมีการเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ เลือกใช้สินเชื่อที่น่าเชื่อถือ และบริหารภาระหนี้อย่างมีวินัย ก็จะช่วยให้การผ่อนคอนโดเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงในระยะยาว และทำให้การมีที่อยู่อาศัยในฝันไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม
สำหรับคนที่กำลังวางแผนกู้ซื้อคอนโดแต่ยังประสบปัญหาทางการเงิน หรือกำลังมองหาตัวช่วยทางการเงินในยามฉุกเฉิน บัตรกดเงินสด A money พร้อมเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถเบิกถอนเงินสดได้สะดวก สมัครง่ายผ่านแอปพลิเคชัน A money ทั้งบน Android, iOS และบนเว็บไซต์ รู้ผลไว ไม่ต้องเดินทางไปสาขา รายได้เฉลี่ยขั้นต่ำเพียง 5,000 บาทต่อเดือนก็สมัครได้ รับวงเงินสูงสุดถึง 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน และผ่อนชำระคืนขั้นต่ำเพียง 2.5% ของยอดคงค้าง ช่วยให้คุณจัดการทุกปัญหาเรื่องการเงินได้อย่างยืดหยุ่นและคล่องตัวมากขึ้น
*อัตราดอกเบี้ย 13% - 25% ต่อปี กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
FAQ คำถามที่พบบ่อย
เลือกผ่อนคอนโดกี่ปีดี?
ควรเลือกระยะเวลาผ่อนให้สอดคล้องกับรายได้และเป้าหมายทางการเงิน หากต้องการค่างวดต่ำ สามารถเลือกผ่อนยาวได้สูงสุดประมาณ 30 ปี แต่หากมีกำลังผ่อนมากขึ้น การเลือกผ่อนระยะสั้นจะช่วยลดดอกเบี้ยรวมและปิดหนี้ได้เร็วกว่า
ยังมีหนี้อยู่ ผ่อนคอนโดได้ไหม?
สามารถผ่อนได้ แต่ต้องดูภาระหนี้รวมไม่ให้เกินเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด (โดยทั่วไปไม่เกิน 45% ของรายได้รวมทั้งหมด) หากมีหนี้เดิมมาก อาจส่งผลต่อวงเงินกู้และโอกาสอนุมัติ แนะนำให้ลดหนี้เดิมก่อนเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน
ออนไลน์